มมนุษย์ต่างดาวมีอยู่ในโลกนี้จริงหรือ


 
 

มีโลกเป็นบ้านเพียงแห่งเดียวของสิ่งมีชีวิตหรือไม่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตอันทรงภูมิปัญญาเพียงชนิดเดียว
ของจักรวาลจรีงหรือ คำถามเหล่านี้ค้างคาใจเรามานานนักหนาแล้ว อันที่จริงอาจพูดได้ว่า ความสงสัยต่อการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในโลกอื่นเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษยุคแรก ๆ ของเราเสียด้วยซ้ำ   ผู้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับจานบินและมนุษย์ต่างดาว หรือที่รู้จักกันในชื่อนักจานบินวิทยาคือผู้นำในการศึกษาเรื่องราวที่ลี้ลับจนบางครั้งถึงกับชวนสยองขวัญเหล่านี้ ทฤษฎีและคำอธิบายของพวกเขาต่อปรากฎการณ์ที่แปลกประหลาดหลายเรื่องก็ทำให้ต้องตะลึงไปได้เช่นเดียวกัน เราจะมาดูกันว่าความก้าวหน้าและความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีส่วนอย่างไรบ้างต่อความเชื่อและคำอธิบาย
เกี่ยวกับการมีอยู่จริงของเผ่าพันธุ์อันทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก 
                                                  บางทีการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอากจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายท้านคิดเอาไว้มากเพราะปัจจุบันมี
นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกเราน่าจะมำกำเนิดมาจากเชื่อชีวภาพที่ติดมากับดาหาง
หรืออุกาบาตที่ตกระทบพื้นผิวโลกเมื่อกว่า 3,300  ล้านปีที่แล้ว มนุษย์ต่างดาว สี่งมีชีวิตอันทรงภูมิปัญญาจาก นอกโลก อาจอาศัยอยู่บนดาวใดดวงหนึ่งในเอกภพอันไพศาลขอรับ เเชื้อแห่งชีวิตเหล่านี้ไปทั่วจักรวาลอันเวิ้งว้างไร้จุดหมาย รอคอยว่าวันใดวันหนึ่งมันจะมีโอกาศตกลงบน
สถานที่ต่างๆซึ่งโลกของเราก็เป็นเป้าหมายหนึ่งด้วยเมื่อเจ้าเชื้อแห่งชีวิตนี้ได้พบสถานที่ซึ่งไปมากับการพัฒนา
ตัวเองเช่นโลกของเราแล้ว         พวกมันจึงเริ่มวิวัฒนาการ เริ่มจากสิ่งมีชีวิตเซลส์เดียวอย่างง่าย ๆ  เรื่อยมาจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวลที่เราพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากคำอธิบายตามทฤษฎีเป็นจริงแล้ว ย่อมหมายควาว่า เราก็เป็นลูกหลานของสิ่งมีชีวิตจากอาวกาศเช่นกัน และจะต้องมีสถานที่แห่งในแห่งหนึ่งในอวกาศเป็นต้นกำเนิดของเจ้าเชื้อแห่งชีวิตเหล่านี้ด้วย แต่ที่ไหนกันละ ตลอดระยะเวาลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาความสนใจเกี่ยวสถานที่อาศัยของมนุษย์ต่างดาวนั้นมุ่งตรงไปยัง
ดวงจันทร์ดาวศุกร์ และดาวอังคารซ฿่งอยู่ใกล้กับเรามาก ๆ นักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้นเชื่อกันว่า อีกด้านของดวงจันทร์ซึ่งหันออกจากโลกเสมอนั้นอาจจะมีแม่น้ำและทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์เป็นที่
อยู่อาศัยของมนุษย์ต่างดาว หรือมองว่าภายในเมฆหมอกที่หนาทึบของดาวศุกร์ควจะเป็นป่าฝนรกชัฏ แต่แล้วความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์กลับพิสุจน์ว่า ข้อสันนิษฐานทั้งสองนั้นผิดถนัด เพราะอีกซีกของดวงจันทร์กลับเต็มไปด้วยหลุมบ่อและแห้งแล้งอย่างที่สุด ส่วนภายใต้เมฆหมอกของดาวศุกร์นั้น มีสภาพไม่ต่างจากทะเลเพลิงที่บรรยากาศคละคลุ้งไปด้วยกรดกำมะถัน


                ในกรณีของดาวอังคารนั้นกลับแตกต่างออกไปเดิมทีนักดาราศาสตร์ส่องกล้องเป็นหุบผาสูงชันบนดาวอังคาร
และสันนิษฐานว่าเป็นระบบคลองชลประธานที่ชาวดาวอังคารขุดขึ้นเพื่อนำน้ำที่ละลายมาจากน้ำแข็งที่ขั่ัว
มาใช้ทำการเกษตรกรรมในแถบพื้นที่แห้งแล้งของพวกเขาแต่เมื่อยานอวกาศของเราได้ศึกษาดาวอังคารแล้ว

ความจรึงจึงปรากฎขึ้น       ไม่มีลำคลองใด ๆ บนดาวอังคาร      แต่มีร่องรอยของแม่น้ำโบราณ ทำให้เชื่อว่า 

ในสมัยก่อนดาวอังคารคงอุดมไปด้วยน้ำซึ่งไม่มีใครทราบว่าปัจจุบันมันสูญหายไปไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าน้ำเหล่านั้นซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวของดาวอังคาร กระนั้นภาพของยานอวกาศที่ได้ไปสำราจดาวอังคารกลับสร้างความฮือฮาครั้วใหม่เมื่อมีการค้นพบกลุ่ม "พีระมิด" บนดาวอังคารที่มีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่าพีระมิดบนโลกมากมายนัก แถมในบริเวณใกล้ ๆกัน ยังปรากฎรูปที่คลากับในหน้ามนุษย์ขนาดยักษ์ เหมอมองขึ้นไปในอวกาศด้วย ภาพถายดังกล่าวทำใ้หเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ดันอย่างมโหฬารว่า นี่เป็นร่องรอยห่งอารยะรรมของชาวดาวอังคารหรือว้าเป็นเค่ความบังเอญที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกันแน่
 

                 หลักฐานล่าสุดคือ   เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการค้นพบชิ้นส่วนอุกกาบาตแถวขั่วโลกใต้ ที่เชื่อว่าน่าจะมาจากดาวอังคาร ที่ผิวอุกาบาตดังกล่าวมีร่องรอยเล็ก ๆ ที่อาจเป็นซากดึกดำบรรพ์ของแบคที่เรียโบราณบนดาวอังคาร เมื่อประกอบกับร่องรอบแม่น้ำโบราณ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายท่านเริ่มยอมรับว่า ในอดีตดาวอังคารอาจะเคยมีาิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จรีงก็ได้ แต่ปัจจุบันนี้พวกมันหายไปไหนนั้นไม่มีใครทราบ เป็นไปได้หรือไม่ว่า    แท้ที่จริงยังมีสิ่งมีชีวิตแบบง่าย ๆ อาศัยอยู่บนดาวอังคารในสถานที่ซึ่งเรายังค้นไม่พบ
 

                            นอกจากดาวอังคารแล้วยังมีสถานที่บางแห่งในระบบสุริยะของเราที่ยังพอมีความหวังว่าจะพบ
สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้       นั้นคือดวงจันทร์ไททันของกาวเสาร์ และดาวจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัส ในรณีของไททันนั้น    เป็นดวงจันทร์เพียงดวงเดียวที่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่นมองเห็นเป็นหมอกสี้ส้ม
ทับปกคลุมจนมองไม่เห็นพื้นผิว ซึ่งเชื่อกันว่ามีสารเคมีที่ซับซ้อนหลายชนิดซ่อนเร้นอยู่  ส่วนยูโรปานั้นเป็นดวงจันทร์ที่มีพื้นผิวเป็นน้ำแข็ง  แต่เชื่อว่าใต้ผิวน้ำเข็งนั้นอาจจะเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่

โดยยานอวกาศกาลิเลโอได้ตรวจพบก๊าซหลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ   แถมในอนาคตยังมีโครงการจะนำยานอวกาศไปลงจอดและศึกษาดวงจันทร์ดวงนี้อย่างลึกซี้งด้วย
 แต่จักรวาลนั้นกว้างใหญ่กว่าระบบสุริยะของเรามากมายนักหากท่านลองหาเวลาว่างออกไปนั่งดูดาว
ในสถานที่ซึ่งห่างไกลจาแสงสของชุมชน   ท่านจะเห็นว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วยคาวระยับนับไม่ถ้วน  ยิ่งมืดก็ยิ่งมีมาก  และหากท่านมีกล้งส่องทางไกล    กล้องดูนกหรือกล้องดูดาวอยู่ในมือด้วยละก็ดวงดาวที่ท่านเห็นจะยิ่งมากมาย
หลายเท่าทวีคูณที่เดียวกระจุกดาวลูกไก่ที่ว่ากันว่ามีเจ็ดหรือเก้าดวงนั้นอันที่จรีงเป็นที่รวมของดาวแบบ
ดาวอาทิตย์ของเราไม่ต่ำกว่าสามหรือสี่ร้อยดวงปัจจุบันนักดาราศาสตร์มองเห็นดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้าเป็นล้านดวง

    จึงขอให้ผู้อ่านลองจินตนาการดูว่าดวงอาทิตย์ที่เรารู้จักกันดีเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเองที่ใกล้ชิดและสำคัญต่อเรามากที่สุดนี้ยังมีดาวเคราะห์เป็นบริวารอยู่ตี้ง 9 หรือ 8 ดวง (นื่องจากปัจจะบันนักดาราศาสตร์ไม่ยอมรับว่าดาวพลูโตมีสภาพเป็นดาวเคราะห์)  กับดวงจันทร์อีก กว่าหกสิบดวง  มีดาวเคราะห์น้อยอีกนับพันนับหมื่นดวง ละรอบนอกของระบบสุริยะยังมีดวงดางหางอีกเป็นล้าน ๆ ดวง  ทั้งหมดนี้คือบริวารของดวงอาทิตย์เพียงดงเดียวเท่านั้น ทั้งที่จริงยังมีดาวฤกษ์แบบดวงอาทิตย์อีกเป็นล้าน ๆ ดวงในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรา โดยทางช้างเผือกเป็นแค่หนึ่งในจำนวนกาแล็กซี่อีกมากมายนับไม่ถ้วน บางท่านอาจจะเริ่มมันไหัวและนึกภาพไม่ออก แต่อยากกล่าวสั้น ๆ ว่า ความกว้างใหญ่ของเอกภพนั้นเหลือประมาณ  แถมดวงดาวต่าง ๆ ช่างมากมายจนเกินกว่าที่มนุษย์เราจะพรรณนาได้หมด จะเป็นไปได้หรือว่า  ดาวโลกซึ่งเป็นพียงขี้ฝุ่นสีฟ้าซีด ๆ เม็ดหนึ่งในเอกภพอันไพศาล จะเป็นบ้านเพียงแห่งเดียวของสิ่งมีชีวิต ทั้งที่โลกก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าพอภพอื่นในเอกภพเลย แม้ในปัจจุบันเรายังไม่มีหลักฐานที่แนาชัดเกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไร้เพื่อนบ้านต่างดาวในภพนี้